เส้นทางการเติบโตบนผลงานครีเอทีฟของ Rabbit’s Tale

17 Nov 2021

“ทุกการเดินทางมีความหมายเสมอ”

จากวันที่เริ่มต้นเดินทางเพื่อสร้างสรรค์งานโฆษณาของแรบบิทส์เทลล์ตั้งแต่ปี 2015 จนกระทั่งปัจจุบัน ในทุกๆ ก้าวล้วนมีพลังที่ยิ่งใหญ่และท้าทายให้เดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งครั้งนี้จะมาเล่าเรื่องการเดินทางแต่ละช่วงที่สำคัญผ่านชิ้นงานที่แรบบิทส์เทลล์ภาคภูมิใจ

ก้าวแรกของการเดินทางที่นำพาไปเจอประตูที่มีชื่อว่า “โอกาส”

ก้าวแรกของเส้นทางที่แรบบิทส์เทลล์เริ่มต้นจากงาน “อาม่าเผยสูตรลับ…ต้นตำรับจับเลี้ยงแท้” แบรนด์เก๊กหล่อ เกิดการทำความเข้าใจใน Platform Experience ของ YouTube นั้นคือเรื่องของ Pre-roll Skip Ad ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่มากในตอนนั้น จนนำไปสู่การคิดงานที่สร้างสรรค์เรียกคนดูคลิปโฆษณาตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่กดปุ่มข้าม ด้วยการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมาว่าเก็กหล่อคือน้ำจับเลี้ยงแท้ต้นตำรับแบบที่อาม่าทำภายใน 5 วินาทีก่อนที่จะท้าทายให้กดข้ามได้เพราะถ้าให้เล่ารายละเอียดเรื่องมันจะยาวมาก

การใช้ไอเดียที่ท้าทายกระตุ้นความอยากรู้กลับสร้างให้คนกลับอยากดูต่อจนเข้าใจใน Credential ต่างๆ ที่เราอยากให้ผู้บริโภครู้อยู่แล้วเพราะนั้นคือจุดขายที่แข็งแรงที่สุดของเก๊กหล่อ นอกจากคนที่ถูกยิงโฆษณาจะไม่ Skip แล้ว ยังดูโฆษณาจนจบสูงเป็นประวัติการณ์ของงานโฆษณาใน YouTube ช่วงนั้น จนทำให้ Google Thailand นำเอาไปเป็น Case Study รวมทั้งได้รับรางวัลจากเวที Adman ของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และนั่นก็นับว่าเป็นประตูแห่งโอกาสบานแรกที่เปิดให้แบรนด์ต่างๆ ได้รู้จัก และติดต่อแรบบิทส์เทลล์ให้ช่วยสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน

ก้าวที่สองของการเดินทางที่นำพาโอกาสดีๆ ไปสู่ “ความประทับใจ”

ก้าวนี้ไม่ได้มาแค่ผลงานชิ้นเดียวแต่มาแพคคู่ เป็นสองชิ้นงานที่สร้างความประทับใจจากภาพถ่ายเหมือนกันแต่ต่างกันในโจทย์ที่ได้รับ ซึ่งมีชื่อแคมเปญว่า #DesigningVeranda by Veranda Pattaya Resort และ #CanonLife Redefine by Canon เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ที่รีสอร์ท Veranda Pattaya ที่เปิดตัวใหม่และมีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีภาพถ่ายในมุมสวยๆ ของรีสอร์ทตามโซเชียลมีเดียที่ไว้แชร์ภาพอย่าง Instagram มากมาย โดยสิ่งนี้เกิดจากการทำแคมเปญ #DesigningVeranda ที่มองว่ารีสอร์ทจะสร้างการรับรู้ได้ในวงกว้างเกิดจากสองอย่างที่สำคัญ คือ ภาพถ่ายสวยๆ กับ Influencer

ดังนั้นจึงนำเอาฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในตอนนั้นของ Instagram ที่เรียกว่า Inbox Message มาใช้ในการสื่อสารกับ Influencer สาย Photo ด้วยการเลือกภาพถ่ายที่สวยที่สุดใน Instagram ของพวกเขามาทำเป็นการ์ดห้องพักของ Veranda แล้วส่งกลับไปใน Inbox Message เป็นการ์ดเชิญเพื่อเข้าพักที่ Veranda ซึ่งนับว่าเป็นการให้คุณค่าต่อฝีมือการถ่ายรูปของพวกเขา จึงสามารถสร้างความประทับใจและดึงดูดให้พวกเขาเข้าพักที่นี่ พร้อมกับถ่ายภาพในมุมต่างๆ ที่สวยงามของรีสอร์ท Veranda ไปโพสต์ลงในแบบไม่ต้องเสียเงินจ้างให้พวกเขามา เมื่อมีคนเห็นรูปภาพก็อยากเข้ามาพัก และถ่ายรูปตาม ส่งผลให้ยอดจองห้องพักสูงกว่าที่ประมาณไว้เกิน 2 เท่า

ต่อมาที่แคมเปญ Canon Life Redefine เกิดจากโจทย์ที่อยากให้คนที่ใช้กล้องถ่ายรูป และเลนส์ของ Canon เข้ามาลงทะเบียนในเวปไซต์ canon life เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และพร้อมสำหรับนำไปใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าในอนาคต แน่นอนว่าลูกค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นช่างภาพสมัครเล่นที่ใช้การถ่ายเป็นสันทนาการ และงานอดิเรก ดังนั้นเราจึงต้องเชื้อเชิญเขาด้วยไอเดียที่ชวนเขามาร่วมสร้างคุณค่า และความหมายให้กับการถ่ายภาพ กับการจัดประกวดถ่ายภาพแบบเรียน ก-ฮ เพื่อคัดเลือกภาพนำไปตีพิมพ์จัดทำเป็นหนังสือแบบเรียน และโปสเตอร์ให้กับ 400 โรงเรียนทั่วประเทศได้นำไปใช้ ซึ่งการสร้างความประทับใจที่มีคุณค่าให้กับสังคมเช่นนี้ ได้นำไปสู่ยอดการลงทะเบียนที่มากมายกว่าทุกกิจกรรมที่เคยจัดขึ้นของ Canon ประเทศไทย

ก้าวที่สามของการเดินทางจากความประทับใจสู่ “รอยยิ้มที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน”

ในก้าวที่สามนี้มาจากผลงาน “Dream Protector” ของ AP.Honda เป็นการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทุกๆ ปี ทาง AP. Honda เองมีโครงการ “สังคมหัวแข็ง” ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้เราได้ปรึกษา และลองชวนลูกค้าสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างด้วยการลองเปลี่ยน Target จากวัยรุ่น มาเป็นครอบครัวและเด็ก เปลี่ยนจากการเตือนและการรณรงค์มาลองเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก เพื่อสร้างพฤติกรรมใหม่

โดยงานนี้ได้ไอเดียมากจากโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นที่ทุกครั้งเมื่อต้องพาเด็กขึ้นรถเข็นจะต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้รู้สึกว่าถ้ากิจกรรมไหนที่มีล้อ เราจะต้องใส่หมวกกันน็อกเสมอ แคมเปญนี้จึงนำเอาหมวกกันน็อกมาให้เด็กๆ ได้ลองขีดเขียนวาดความฝันลงไป และได้สวมใส่หมวกที่ตัวเองได้สร้างสรรค์ขึ้นมา จากนั้นก็สอนเขาว่าความฝันของเขาจะเป็นจริงได้อย่างแรกคือการที่ต้องอยู่รอดปลอดภัยให้ได้ก่อน แล้วเมื่อพ่อแม่ได้มาเห็นความฝันของลูกบนหมวกกันน็อคนั้น ก็จะเกิดจิตสำนึกที่อยากจะปกป้องความปลอดภัยให้ลูกได้เติบโตสานต่อความฝันให้เป็นจริง รวมทั้งพร้อมที่จะเป็นแบบอย่างในการสวมใส่หมวกกันน็อกไปด้วยกันด้วย

นอกเหนือจากคุณค่าในเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึก พร้อมสร้างพฤติกรรมใหม่แล้ว แคมเปญนี้ยังนับเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ที่นำพาให้แรบบิทส์เทลล์ ได้เดินทางสู่เวทีประกวดโฆษณาในระดับนานาชาติอีกด้วย

ก้าวที่สี่ของการเดินทางที่สร้างคุณค่าผ่าน “ประสบการณ์ที่แตกต่าง”

เมื่อเทรนด์ของการตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ Consumer Experience มากขึ้น พร้อมกับการเข้ามาของ MarTech ดังนั้นก้าวสำคัญอีกก้าวนี้จึงเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

“The sound of Architecture” ครั้งแรกที่ทุกคนจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมด้วยการฟัง ในโจทย์นี้คือการจัดงานอีเวนต์ที่รวม 5 โครงการของโนเบิลมาจัดโปรโมชั่นปิดยอดขาย ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องดึงดูดให้คนเข้ามาชมงานด้วยความประทับใจแบบไม่ฮาร์ดเซลล์ ดังนั้นจึงนำจุดเด่นที่โนเบิลมีมายาวนานตลอด 25 ปี คือเรื่องของงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรม ภายใต้คอนเซป “Be Difference, Be Noble” ด้วยไอเดียนี้เราจึงสร้างนวัตกรรมเครื่องเล่นเพลงแบบพิเศษที่สามารถถอดเสียงงานสถาปัตยกรรมที่มองเห็น เปลี่ยนมาเป็นเสียงให้ได้สัมผัสผ่านการฟังตามลักษณะเด่นของแต่ละโครงการ

ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และแตกต่างให้กับคนที่เข้ามาร่วมชมงานสถาปัตยกรรมในครั้งนี้อย่างมาก ทั้งไอเดียที่แปลกใหม่ เทคนิค และรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งงานที่นับว่าเป็นมาสเตอร์พีชอีกชิ้นหนึ่งของแรบบิทส์เทลล์

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในช่วงแรกของแรบบิทส์เทลล์ที่สร้างสรรค์ผลงานภายใต้ปรัชญา “Effective Creativity” พร้อมหลักความคิด “เป็น อยู่ คือ” ที่กล่าวถึงบนบทความก่อน ผลักดันให้ในทุกๆ ผลงานเป็นงานที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ที่คาดหวังได้ โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกๆ ก้าวของการเดินทางมีคุณค่าและความหมายล้วนเกิดจากการที่ลูกค้าแบรนด์ต่างๆ มอบโอกาส พร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเราด้วยความเชื่อมั่น อีกทั้งยังเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทีมงานที่ต้องการให้ผลงานออกมาดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ได้ครบตามเป้าหมายที่ลูกค้าคาดหวังไว้

โดยแรบบิทส์เทลล์ยังมีผลงานอีกมากมายที่จะมาเล่าสู่กันฟัง สามารถติดตามกันได้ในตอนต่อไป

written by

Noranit Yasopa (Nor)

Chief Creative Officer, Rabbit’s Tale

นอ ลูกแม่ค้าข้าวแกง ที่ดิ้นรนจนได้มาเป็นครีเอทีฟที่มีผลงานในเวทีอวอร์ดทุกปี ตลอด20ปี ชอบศึกษาลงลึกกับไลฟ์สไตล์ทุกด้าน แต่ปัจจุบันมีลูกสาววัยอนุบาลหนึ่งคนเข้ามาเปลี่ยนทัศนคติต่อโลกของเขาใหม่ว่า “โลกไม่ใช่ของเรา”

Related Blogs

ถอดรหัสการสร้างงานโฆษณาให้แตกต่างสไตล์ Rabbit’s Tale

“ประตูที่นำพาไปสู่โอกาสใหม่ๆ เกิดจากผลงานที่สร้างสรรค์” พื้นฐานของการสร้างงานโฆษณาให้มีความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์สไตล์แรบบิทส์เทลล์ ล้วนเกิดจากโจทย์ที

29 Oct 2021

ชม 8 ผลงานโฆษณายอดเยี่ยมของ Rabbit Digital Group จากการคัดเลือกระดับภูมิภาค Asia-Pacific ปี 2021

การได้ถูกคัดเลือกงานขึ้นเป็นผลงานยอดเยี่ยมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากในวงการโฆษณา ในปีนี้การประกาศผลงานโฆษณายอดเยี่ยมครั้งสำคัญในระดับภูมิ

15 Jul 2021

ถ่ายทอดมุมมองที่แตกต่างผ่านเสียงสถาปัตยกรรมจากโนเบิล

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาสที่ 3 ถึงไตรมาสที่ 4 ของทุกปี ดีเวลอปเปอร์ต่างๆ จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อจัดทำโปรโมชั่นเสนอขายยูนิตที่อยู่ใน

25 Jun 2021

Let’s Jump
Together

Request For Credential Presentation

Let’s Jump
Together

Request For Credential Presentation